(ยกร่าง) เอกสารแนวคิดหลัก (Concept Paper)
หลักสูตรปรับปรุงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 
หัวข้อในเอกสาร  ประกอบด้วย
1)  ความเป็นมา
2)  ปรัชญา
3)  หลักการและเหตุผล
4)  เป้าหมายและวัตถุประสงค์
5)  กลยุทธ์ทางการศึกษา
6)  เนื้อหาและการจัดเรียงเนื้อหา
7)  วิธีการจัดการเรียนการสอน
8)  การวัดผลการศึกษาและการประเมินผล
9)  การบริหารจัดการหลักสูตร
1.  ความเป็นมา
               ตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต(เอกสารหมายเลข 1) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำหน้าที่พัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและระบบสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการฯ ได้มีการศึกษาการพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของประเทศต่าง ๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา เอเชีย และของประเทศไทย(เอกสารประกาอบหมายเลข 2, 3, 4) และ ได้รับฟังความคิดเห็นของคณาจารย์ ศิษย์เก่า ผู้ใช้บัณฑิต และนักศึกษาปัจจุบัน(เอกสารประกอบหมายเลข 5) รวมทั้งผลการประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 7 (เอกสารประกอบหมายเลข 6) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2542 (เอกสารหมายเลข 7) และนโยบายมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการจัดการเรียนการสอนให้เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (เอกสารหมายเลข 8) จึงได้จัดทำเอกสารแนวคิดหลัก (Concept paper) หลักสูตรปรับปรุงใหม่ฉบับนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการจัดทำหลักสูตรฉบับสมบูรณ์โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายต่อไป
2.  ปรัชญาของหลักสูตรใหม่
               หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่เน้นการศึกษาแบบบูรณาการความรู้ทางการแพทย์ การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นทักษะด้านต่างๆที่จำเป็นในการประกอบวิชาชีพและความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ได้บัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถและคุณธรรมจริยธรรม
3. หลักการและเหตุผล
               จากแนวโน้มในวงการแพทย์และสาธารณสุขที่สำคัญ

3.1   

ความรู้ทางการแพทย์ เพิ่มพูนขึ้นมากรวดเร็ว ต้องสอนวิธีหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
3.2    ความรู้ทางการแพทย์มีลักษณะผสมผสานบรรจบกันที่ระดับชีวโมเลกุล จนยากที่จะแยกสาขา
3.3    ปัจจุบันแพทย์มีปัญหาถูกร้องเรียนเรื่องการประกอบวิชาชีพและปัญหาทางกฎหมายมากขึ้น
ซึ่งเกิดจากขาดทักษะสื่อสาร (Communication skills) คุณธรรม จริยธรรม (Bioethics) (เอกสารประกอบหมายเลข 9)
3.4    วิธีการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ มีมากขึ้นและหลากหลาย บัณฑิตแพทย์จำเป็นต้องมีความสามารถในการคิด
อย่างมีวิจารณญาณ (Critical thinking) เพื่อตัดสินใจใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า
3.5    ระบบบริการสุขภาพในอนาคตและการออกพระราชบัญญัติใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ จะเน้นส่งเสริมสุขภาพ
และการป้องกันโรคมากขึ้น ต้องเข้าใจในผู้ป่วย ครอบครัวและสังคม ทั้งในด้านความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม
รวมทั้งเศรษฐานะ ที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน

               แพทย์ในอนาคตจึงต้องมีความรู้ความสามารถที่กว้างขวาง ทั้งทักษะในวิชาชีพแพทย์และทักษะที่จำเป็นทางสังคมต่าง ๆ ได้แก่

1.   ความสามารถในการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต และมีทักษะการจัดการความรู้
2.   ความสามารถในการทำงานเป็นทีมทั้งกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่น ๆ รวมทั้งกับประชาชน
3.   ความสามารถในการคิดเชิงระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเชิงจริยธรรม
เพื่อให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพของระบบบริการได้อย่างต่อเนื่อง
4.   ความสามารถในการสื่อสารและความเข้าใจในมนุษย์ เพื่อให้สามารถให้คำปรึกษา
ให้ความรู้แก่บุคลากรและประชาชนได้อย่างเป็นองค์รวม
5.   ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ โดยเข้าใจความเชื่อมโยงกับปัจจัยต่าง ๆ
ภายนอกระบบบริการสุขภาพ เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างได้ผล
4. วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
               วัตถุประสงค์ทั่วไป
               มุ่งผลิตบัณฑิตที่เพรียบพร้อมด้วยความรู้ ทักษะ และคุณธรรม มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาและสังเคราะห์วิธีการแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชน ครอบครัว และชุมชน ได้อย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และเป็นองค์รวม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
               วัตถุประสงค์เฉพาะ    เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
4.1   มีความรู้ทางการแพทย์อย่างเป็นองค์รวม ทั้งแง่มุมด้านชีววิทยา ด้านพฤติกรรม และด้านประชากร
เพื่อสามารถให้บริการทั้งด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ
และการดูแลแบบประคับประคองได้อย่างเป็นองค์รวม
4.2   มีทักษะที่จำเป็นของการให้บริการและการศึกษาต่อเนื่อง ได้แก่ ทักษะทางคลินิก ทักษะการแก้ปัญหา
ทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิดเชิงระบบ ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการทำงานในชุมชน
ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการวิจัย ทักษะการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการจัดการความรู้
ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีสารสนเทศ
4.3   มีเจตคติและพฤติกรรมส่วนบุคคลที่เหมาะสม ได้แก่ การตระหนักถึงสภาพองค์รวมของผู้ป่วย
มีจริยธรรมในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยและญาติ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ อดทน จริงใจ
อ่อนน้อมถ่อมตน และสามารถครองตนได้อย่างสมดุลระหว่าง หน้าที่การงานและครอบครัว
5. กลยุทธ์ของหลักสูตร
               เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ข้างต้น ควรมีการวางกลยุทธ์ในหลักสูตร ดังนี้
5.1   ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered)
5.2   เรียนจากผู้ป่วยและครอบครัวตั้งแต่ระยะแรก (Early patient and family exposure)
5.3   เน้นการผสมผสานของเนื้อหา (Integration) โดยเริ่มจากง่ายไปยาก
5.4   เน้นการเรียนรู้ทักษะการสื่อสารและการคิดเชิงจริยธรรม (Communication skills and ethics)
5.5   เน้นการวัดผลระหว่างการเรียนเพื่อแนะนำให้ปรับปรุง (In-course assessment and feedback)
5.6   เน้นการสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนให้มีการเรียนรู้อย่างมีความสุข (Positivee ducational atmosphere)
5.7   เน้นการเรียนการสอนที่พัฒนานักศึกษาอย่างเป็นองค์รวมเพื่อความเป็นแพทย์ที่ดีมีจริยธรรม
สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข (Total professional development)
5.8   มีการประเมินและปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Continuous improvement)
6. เนื้อหาและการจัดเรียงเนื้อหา
6.1   มีเนื้อหาครบตามเกณฑ์ทบวงมหาวิทยาลัย และเกณฑ์แพทยสภา ประกอบด้วยเนื้อหา 3 กลุ่ม ได้แก่ เนื้อหาการศึกษาทั่วไป
เนื้อหาพื้นฐานทางวิชาชีพ และเนื้อหาเพื่อการประกอบวิชาชีพแพทย์
6.2   การเรียนการสอนทำในระบบโมดูลการศึกษา *(Modular systems) ที่มีการผสมผสานและบูรณาการของเนื้อหา
ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง (Horizontal and vertical integration)
6.3   กำหนดส่วนที่เป็นวิชาหลัก (Cores) ซึ่งบัณฑิตแพทย์ทุกคนต้องเรียน ส่วนที่เป็นวิชาเลือก (Options)
เป็นการศึกษาเฉพาะเรื่องที่นักศึกษาสามารถเลือกได้ตามความถนัดและความสนใจ
6.4   วิชาเลือก (Options) มี 2 ลักษณะ คือ

1.  

ส่วนที่สัมพันธ์กับวิชาหลัก

2.  

ส่วนที่ตอบสนองความสนใจอื่นๆ ของผู้เรียน
6.5   มีการจัดการเรียนการสอนที่ให้นักศึกษาได้ทำวิจัยขั้นพื้นฐาน
6.6   มีวิชาเลือกที่จะนำไปสู่การได้ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ) รวมทั้งสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้ด้วย
ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
               *โมดูลการศึกษา (Module)   หมายถึง บทเรียนที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์และเนื้อหาที่มีการบูรณาการหลายสาขาวิชา โดยมีการกำหนดวิธีการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในตัว
7. วิธีจัดการเรียนการสอน
7.1   เน้นการเรียนรู้แบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ตนเองและมีส่วนร่วม
ในการวางแผนการเรียน การพัฒนาสื่อการเรียน  การเลือกวิธีเรียน  และการประเมินผลการเรียนรู้
ร่วมไปกับเพื่อนและคณาจารย์ โดยมี  แผนที่หลักสูตร (Curriculum maps) และคู่มือการเรียนรู้ (Study guide)  เป็นเครื่องช่วย
7.2   การสอนแบบบรรยาย เน้นเฉพาะส่วนที่เป็น Cores และพัฒนาให้เป็นการสอนแบบ Interactive
รวมทั้งมีการใช้สื่อการสอนที่ทันสมัยแบบ Multimedia
7.3   เน้นวิธีการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองและทักษะการจัดการความรู้ เช่น  การเรียนรู้วิธีเรียน
การทำพันธะสัญญาการเรียนรู้ (ในวิชาเลือก) การใช้ห้องสมุด  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการเรียนรู้จากบุคคลอื่น
ทั้งครูอาจารย์ รุ่นพี่  เพื่อนร่วมงาน และชาวบ้าน
7.4   เน้นวิธีการเรียนรู้ที่พัฒนาศักยภาพการคิดวิเคราะห์ การสื่อสารความคิดและการทำงานเป็นทีม เช่น  การเรียนเป็นกลุ่มย่อย
การอภิปรายปัญหา การทำโครงการ
7.5   เน้นการสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดพลังอยากเรียนรู้
ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข เช่น มีบรรยากาศแห่งความรักสามัคคี  การได้พูดคุยกับปูชนียบุคคลในวงการแพทย์
และการส่งเสริมให้รักสถาบัน
7.6   เน้นให้ได้เรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติและสัมผัสความจริงอย่างได้สมดุลกับภาคทฤษฎี เช่น  การฝึกปฏิบัติใน Skill lab,
การเรียนจากผู้ป่วยและครอบครัว, การเรียนรู้ในสถานบริการที่จะไปปฏิบัติงานจริงรวมทั้งมีสื่อการสอนที่หลากหลาย
ที่เข้าถึงง่ายและใช้สะดวก ทั้งในรูปแบบเอกสารวัตถุสิ่งของ หุ่นจำลอง รูปภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
จัดไว้ที่  Learning resource center, ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ
7.7   มีการพัฒนาอาจารย์ให้มีทักษะการสอนหลากหลายรูปแบบเพื่อให้สามารถตอบสนองและสอดคล้องกับวิธีเรียน
ที่หลากหลายของผู้เรียน
8.  การประเมินนักศึกษาและการประเมินหลักสูตร
          8.1 การประเมินนักศึกษา
8.1.1   เน้นการวัดผลระหว่างเรียนและการให้ข้อชี้แนะเพื่อการปรับปรุง
8.1.2   เน้นการวัดผลที่สอดคล้องกับวิธีการจัดการเรียนการสอน โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์
และกระบวนการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับผลการเรียนรู้
8.1.3   เน้นการวัดผล Core competence ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนและได้แจ้งแก่ผู้เรียนและผู้สอน
โดยใช้ทั้งการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ และการทำโครงการ
8.1.4    จัดให้ผู้เรียนมีโอกาสประเมินตนเองในหลายรูปแบบทั้งด้านความรู้ ทักษะ และ เจตคติ
พื่อให้มีโอกาสแก้ไขจุดอ่อนของตนเอง
8.1.5   เน้นการวัดพัฒนาการของบุคคลอย่างเป็นองค์รวมทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติ
8.1.6   มีกรรมการแต่ละ Modules ทำหน้าที่วางแผนและดำเนินการจัดการเรียนการสอน 
การวัดผลการเรียนรู้และประเมินผล module โดยอิงตามวัตถุประสงค์ที่เป็น Core competence
          8.2 การประเมินหลักสูตร
8.2.1   การประเมินภาพรวมของทั้งหลักสูตร ดำเนินการโดยคณะกรรมการประเมินหลักสูตร
โดยเน้นการประเมินเพื่อให้รู้จุดอ่อนที่ควรปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
8.2.2   ประเมินครอบคลุมทั้งด้านปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์
8.2.3   ประเมินโดยใช้เครื่องมือทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่มีมาตรฐาน และช่วยในการเปรียบเทียบ
ระหว่างปีต่าง ๆ และเปรียบเทียบกับสถาบันอื่นได้
8.2.4   ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการประเมินหลักสูตร
9. การบริหารจัดการหลักสูตร
9.1   กรรมการพัฒนาหลักสูตร
9.2   กรรมการบริหารหลักสูตร
9.3   กรรมการโมดูลการศึกษา
9.4   กรรมการประเมินหลักสูตร
9.5   กรรมการพัฒนาอาจารย์
9.6   อนุกรรมการชุดต่าง ๆ ทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนต่าง ๆ
9.7   มีสำนักงานกลางเพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินการ
9.8   มีระบบการจัดสรรงบประมาณแบบยึดผลงานเป็นหลัก
9.9   มีระบบการพัฒนาและประกันคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
          9.1 กรรมการพัฒนาหลักสูตร
                    หน้าที่
-   ออกแบบ องค์ประกอบต่าง ๆ ในหลักสูตรและควบคุมกำกับ การบริหารหลักสูตรในภาพรวม
-   ยกร่างหลักสูตรใหม่ตามเอกสารแนวคิดที่ผ่านการรับรองของคณะกรรมการประจำคณะฯ
โดยให้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตตามผลการประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ  ครั้งที่ 7
ให้แล้วเสร็จใน 2 ปี
-   กำหนดกลไกให้ทุกภาควิชามีส่วนร่วมในการยกร่างหลักสูตรปรับปรุงใหม่
-   พิจารณาเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในแต่ละระดับหรือแต่ละเรื่องได้ตามความเหมาะสม
-   เมื่อแล้วเสร็จให้จัดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักสูตรปรับปรุงใหม่ในผู้ที่เกี่ยวข้อง
และผู้ทรงคุฒิภายนอก
-   ให้มีการเตรียมความพร้อมและดำเนินการให้มีการใช้หลักสูตรปรับปรุงใหม่ภายใน 2 ปี
-   ประเมินผล ปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
-   จัดทำแผนปฏิบัติการ และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์ ทุก 6 เดือน
   เพื่อประเมินผลการทำงานของคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร
-   โดยให้คณะกรรมการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
          9.2 กรรมการบริหารหลักสูตร
                    หน้าที่
-   จัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามหลักสูตร
-   พิจารณากระบวนการเรียนการสอน
-   พิจารณาระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียนการสอน
-   พิจารณาตารางสอน
-   พิจารณาและควบคุมการวัดผลและประเมินผลการศึกษา
-   เสนอข้อคิดเห็นในการควบคุมคุณภาพการเรียนการสอน
          9.3 กรรมการโมดูลการศึกษา
                    หน้าที่

-  

พัฒนารายละเอียดของหลักสูตรในแต่ละโมดูล
          9.4 กรรมการประเมินหลักสูตร
                    หน้าที่

-  

ประเมินหลักสูตรในภาพรวม
          9.5 กรรมการพัฒนาอาจารย์
                    หน้าที่

-  

จัดระบบการพัฒนาอาจารย์อย่างต่อเนื่องครบวงจร
          9.6 อนุกรรมการชุดต่าง ๆ ทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนต่าง ๆ
                    หน้าที่

-  

ประสานงานและสนับสนุน องค์ประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ในหลักสูตรได้แก่ การเรียนวิชาเลือก การพัฒนาสื่อต่าง ๆ

 

ข้อเสนอแนะ  |  ดูข้อเสนอแนะทั้งหมด